👍 น่าฮักขนาดเลย

March 01, 2020

👍 เหนื่อยที่จะยอม : MV เพลงใหม่ สะท้อนภาพสังคมไทย จาก ต่าย อรทัย

February 27, 2020

👍 โอ..คนไทยเอย : MV ปลุกสำนึกคนไทย จาก ไผ่ พงศธร

February 21, 2020

👍 ไม่ไหวอย่าฝืน

February 07, 2020

👍 My Local Idol เที่ยวอย่างมีสไตล์ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน

February 04, 2020
'My Local Idol เที่ยวอย่างมีสไตล์ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน' มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยในชุมชนเมืองรองและเมืองหลัก 10 ชุมชนต้นแบบ ใน 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวชุมชนในรูปแบบที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้านประชาสัมพันธ์ชุมชน และเป็นการเพิ่มรายได้ให้ 10 ชุมชนต้นแบบ โดยผลเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 ของรายได้ 10 ชุมชน

👉 เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้สูงอายุ วัยทำงาน และครอบครัว ที่ต้องการดูแลทำให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้น อยากทำสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม ต้องการไปสัมผัสไอดอลในชุมชน ต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ได้เรียนรู้และเข้าสัมผัสวิถีชีวิตของคนชุมชนอย่างแท้จริง

👉 เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่และวิถีชีวิตของทั้ง 10 ชุมชน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม 2563 จะเปิดรับสมัครทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 รอบที่ 2 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 และรอบที่ 3 วันที่ 30 มีนาคม 2563 โดยเริ่มคัดเลือกผู้ที่ผ่านเกณฑ์และได้เข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนในราคา 1,000 บาท รายได้ส่วนนี้จะนำกลับไปทำเป็นบัตรสมนาคุณให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำมาแลกของที่ระลึกเป็นสินค้าที่ผลิตภายในชุมชนกลับบ้าน ถือเป็นการส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง นับเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเข้าสัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนผ่านตัวนักท่องเที่ยวเอง นอกจากนี้ในแต่ละชุมชนยังสามารถสืบสานกิจกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของตนเองต่อไป

โดยมีภาคีอย่าง โลเคิล อไลค์ และ แอร์เอเชีย ร่วมส่งเสริมทั้ง 10 เส้นทางผ่านแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของทางบริษัทและสายการบิน รวมถึง ยังแฮปปี้ (Young Happy) ที่เป็นแพลตฟอร์มให้กับผู้สูงอายุ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “...ต้องการสร้างการรับรู้และเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประทศไทยได้ส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วิถีคนท้องถิ่นมาโดยตลอด และเพื่อเป็นการตอกย้ำวัตถุประสงค์นี้ เราจึงได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่เมืองหลักและเมืองรอง ภายใต้แคมเปญ My Local Idol เที่ยวอย่างมีสไตล์ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน โดยในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มครอบครัว โดยแต่ละกลุ่มจะมีจุดเด่น หรือพฤติกรรมที่แตกต่าง หรือคล้ายกันคือ ทุกคนต่างมีภาระที่ต้องดูแลเพื่อทำให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้น แต่สิ่งที่คล้ายกันคือทุกคนยังอยากทำสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม จึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวได้ไปสัมผัสไอดอลในชุมชนซึ่งจะได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ได้เรียนรู้และเข้าสัมผัสวิถีชีวิตของคนชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเพิ่มคุณค่าของการไปท่องเที่ยวครั้งนี้โดยให้ทุกคนได้กลายเป็นไอดอลที่จะช่วยกันสนับสนุนและเพิ่มรายได้ให้ชุมชน โดยการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว”



👍 เจ้าฮู้บ่

January 14, 2020

👍 หญิงลี พรีเซ็นเตอร์ ยาสตรีฟลอร่า

January 13, 2020
ห้างขายยาเทพประทานพร ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ยาสตรีฟลอร่า ซึ่งก่อตั้งโดย นายเฮง ทองแท่งไทย นายดนุพัฒน์ วิทยาภัทร์วงศ์ และนายชัยพันธ์ อนันต์ชรินทร์ ได้ฉลองครบรอบ 20 ปี และได้ถือโอกาสนี้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งได้นักร้องลูกทุ่งหมอลำสาวเสียงทรงเสน่ห์ เจ้าขอเพลงฮิตอย่าง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร หญิงลี ศรีจุมพล มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ยาสตรีฟลอร่า ซึ่งเป็นยาสมุนไพรสำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติและช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของเพศหญิง

โดยงานแถลงข่าวเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ ยาสตรีฟลอร่าในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมชั้น G ห้างเซียร์ รังสิตในวันที่ 12 มกราคม 2563 ซึ่งนอกจากมีการแถลงข่าวเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ฯ แล้วยังมี ฟรีมินิคอนเสิร์ตจากหญิงลี ศรีจุมพล ให้แขกที่มาร่วมงาน กับบรรดาแฟนคลับ และสื่อมวลชนได้เพลิดเพลินกับน้ำเสียงที่ทุกคนต่างรอคอย ให้หายคิดถึงอย่าง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ผู้หญิงลัลล๊า หรือ Single ใหม่อย่าง ที่รักหรือที่พัก และบรรยากาศภายในก็สนุกสนานไปกับกิจกรรมแจกของที่ระลึกมากมายที่ทางห้างขายยาเทพประทานพรได้นำมาแจกให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ร่วมสนุก

ซึ่งในครั้งนี้ห้างขายยาเทพประทานพร ได้ถือโอกาสเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้องใหม่แกะกล่องอย่าง ฟลอร่า คอลล่า ซี่งอัพเกรดจากยาสตรีฟลอร่ามาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่จะมาเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นด้วย ซึ่งทางด้าน หญิงลี ศรีจุมพล เอง ได้ให้กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางห้างขายยาเทพประทานพรได้เลือกให้ตนเป็นพรีเซ็นเตอร์ยาสตรีฟลอร่า ยาสมุนไพรที่อยู่คู่ผู้หญิงไทยมากว่า 20 ปี เพราะตัวหญิงลีเอง ก่อนที่จะได้รับการทาบทามจากทางห้างฯ หญิงลีเป็นคนหนึ่งที่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาสตรีฟลอร่าเป็นประจำจนฮอร์โมนกลับมาเป็นปกติ และประจำเดือนที่เคยหายไปถึง 8 เดือน ไดกลับมาปกติอีกครั้ง หญิงลีต้องขอขอบคุณทางห้างขายยาเทพประทานพรที่ได้ให้เกียรติ หญิงลี ศรีจุมพล มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ด้วย




👍 มีแฮงใจ

January 13, 2020

👍 SNEAK ผู้ช่วยนักท่องเที่ยว

January 12, 2020
ปัจจุบันเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทั่วโลกใช้ขับเคลื่อนแต่ละธุรกิจเพื่อให้ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ SNEAK แพลตฟอร์มเทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งพัฒนาโดย สตาร์อัพน้องใหม่ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ให้การส่งเสริมและสนับสนุน ช่วยลดปัญหาการวางแผนการท่องเที่ยวที่ต้องใช้เวลานาน ให้ลดลงเหลือไม่กี่นาที ด้วยรูปภาพสถานที่สวย ๆ และการประมวล Big Data เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อย่างง่ายดาย





นางสาวธันยธร เพ็ญบำรุงวงศ์ Co-founder & CEO 'SNEAK' (สนีก) เปิดเผยว่า สำหรับไอเดียในการทำธุรกิจ เริ่มมาจาก ก่อนหน้านี้เดิมทีเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้วโดยจะเลือกแบบแพลนการเดินทางด้วยตนเอง ไปกันเองกับกรุ๊ปเพื่อน หรือครอบครัว โดยจะไม่ได้ใช้บริการของทัวร์เพราะต้องการแพลนและกำหนดเวลาในการเที่ยวเอง แต่ก็พบว่าต้องใช้เวลา วางแผนนานถึง 3-4 เดือนในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง เพราะต้องค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ต ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ฯลฯ เรียกว่าแค่คิดจะไปเที่ยวเพียงสัปดาห์เดียวแต่กลับต้องใช้เวลาวางแผนกันเป็นเดือน ทำให้เกิดไอเดียว่า จะดีกว่าไหมถ้าจะทำให้การวางแผนท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอีกต่อไปแถมยังสนุกอีกด้วย

จึงเป็นที่มาของการพัฒนา SNEAK (สนีก) แพลตฟอร์มที่ช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวง่ายที่สุด แม้กระทั่งกลุ่มผู้สูงวัยไม่เก่งเทคโนโลยีก็ยังทำได้ โดยการใช้ 'ภาพ' เพียงแค่กดเลือกรูปภาพของสถานที่ที่ต้องการจะไปเที่ยว ระบบของ SNEAK จะช่วยสรุปทุกอย่างออกมาให้ในเวลาอันรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวต้องการจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่กรุงเทพ ก็เพียงแค่เข้ามาที่เว็บไซต์ www.getsneak.com จากนั้นคลิกกดเลือกภาพสถานที่ ที่ต้องการไป โดยสามารถเลือกได้ทีละหลาย ๆ ภาพ เพื่อให้ระบบของ SNEAK ช่วยสรุปออกมาว่าแพลนในการเดินทางในแต่ละสถานที่มันเชื่อมกันอย่างไร มีระยะทางห่างกันแค่ไหน มีสถานที่ท่องเที่ยวใดบ้างที่ต้องทำการจองตั๋วเข้าชม แค่นี้นักท่องเที่ยวก็จะคำนวณได้ว่าต้องใช้เวลาแต่ละสถานที่ประมาณเท่าไหร่ สามารถเห็นภาพรวมของทริปการท่องเที่ยวในครั้งนี้ได้ทันที

จากการสำรวจพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลาอย่างน้อย 10 ชั่วโมงเพื่อวางแผนท่องเที่ยว และอาจใช้เวลาสูงสุดถึง 40 ชั่วโมง ต้องเสียเวลามากมายกับการตรวจสอบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว เช่น เข้าเว็บแรกเพื่อหาสถานที่แนะนำของเมือง และเข้าเว็บที่สองเพื่ออ่านและเปรียบเทียบรีวิวสถานที่ SNEAK ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ เพียงแค่เข้ามาที่เว็บไซต์ www.getsneak.com  และกดเลือกเมืองที่อยากไป กดเลือกสถานที่ที่สนใจในรูปแบบภาพถ่ายสวย ๆ กำกับด้วยข้อมูลสั้น ๆ ของแต่ละสถานที่ พร้อมเวลาที่ควรใช้กับสถานที่นั้น ๆ พิกัด รวมถึงสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง และถ้าเลือกหลาย ๆ สถานที่ ระบบก็จะประมวลผลเวลาที่ต้องใช้ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ พร้อมแผนที่ระบุเส้นทางของแต่ละสถานที่ในทริป และมีช่องทางให้จองบางสถานที่ด้วย พร้อม ครบ จบ ทั้งหมดในที่เดียว

SNEAK ให้บริการกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศฝั่งตะวันตกในปัจจุบัน มีคอนเทนต์ครอบคลุมทั่วทั้งอาเซียน และนิวยอร์ก ในอนาคตกลุ่มผู้พัฒนามีเป้าหมายจะเพิ่ม Local คอนเทนต์มากขึ้น เพื่อให้ชุมชนเป็นที่รู้จักผ่านเว็บฯ และมีแผนพัฒนาเป็น 'คลาวด์ซอร์สซิ่ง' ที่ผู้ใช้ทุกคนสามารถอัพโหลดภาพถ่ายหรือคอนเทนท์ที่ตนเองได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ เมื่อคนอื่น ๆ เห็นและสนใจก็สามารถกดเลือกเพื่อวางแผนไปท่องเที่ยวตามรอยได้แบบไม่ต้องเสียเวลาค้นข้อมูล ทุกคนจะเชื่อมต่อกันเป็นสังคมแชร์ริ่ง แชร์รูป สามารถช่วยเหลือคนอื่น ๆ โดยง่าย ผู้ใช้แนะนำสถานที่นี้เอง หรือมีรีวิวในกลุ่มผู้ใช้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ SNEAK เป็นตัวช่วยที่ดีของนักเดินทางในอนาคต เพื่อวางแผน post-tour หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับกลุ่ม Incentive ได้

นักท่องเที่ยวใช้งาน SNEAK ในการแชร์ภาพหรือข้อมูลต่าง ๆ ฟรี! เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยทุกคนวางแผนท่องเที่ยวได้ง่ายที่สุด เป็นโกลบอลทราเวลแอพพลิเคชั่นที่ทุกคนสามารถแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ให้กับคนอื่น ๆ ที่จะไม่เพียงแค่เห็นและรู้สึกว่าอยากจะไป แต่เมื่อคลิกรูปแล้วเขาจะได้ไปสถานที่นั้น ๆ ได้จริง จะเรียกว่าภาพพาเที่ยวก็ย่อมได้

👍 พระจันทร์เสี่ยงทาย

January 12, 2020

👍 Finn เปิดโปรแกรม Top-up Degree

January 09, 2020
ศูนย์การศึกษา Finn ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย เข้าเป็น Curriculum Provider เตรียมจัดทำโปรแกรม Top-up Degree หลักสูตร Level 4,5 Diploma มาตรฐานฐานบอร์ดการศึกษาประเทศอังกฤษ ส่งนักเรียนไทยเรียนต่อและจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ใน ‘คณะบริหารธุรกิจ’ และ ‘คณะการจัดการการท่องเที่ยวและโรงแรม’ พัฒนาศักยภาพนักเรียนไทยอย่างมีคุณภาพ พร้อมสร้างมาตรฐานการศึกษาสถาบันไทยทัดเทียมระดับสากล แก้ปัญหา Disrupt ทางการศึกษาอย่างยั่งยืน

ก่อนที่โลกจะหมุนเข้าสู่ปี 2020 ธุรกิจแทบทุกวงการได้ส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการปรับตัว เพื่อรับกับการถูก Disrupt สารพัดรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่อาณาจักรที่ยั่งยืนมาตลอดอย่างวงการ ‘การศึกษา’ ที่ต้องฝ่าการแข่งขันอันรุนแรงจากปัจจัยต่างๆ มากมาย ทั้งการลดลงของจำนวนนักเรียน, บทบาทของแพลตฟอร์มการศึกษาทางเลือก รวมไปถึง ‘ชื่อชั้นของสถาบัน’ ที่มีส่วนตัดสินว่าสถาบัน จะเข้าไปเป็นหนึ่งในช้อยส์ของนักเรียนได้หรือไม่

ในวันนี้ที่โลกหมุนเข้าสู่ทศวรรษใหม่อย่างเป็นทางการ ชื่อชั้นของสถาบันชั้นนำในไทยจะถูกนักเรียนนำมาพิจารณาน้อยลงกว่าเดิม ส่วนลิสต์ที่มียอดเข้าชมจากนักเรียนในปี 2020 จะกลายเป็น ‘อันดับของมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก’ และนี่ก็เป็นคำถามที่น่าสนใจว่าสถาบันอุดมศึกษาของไทย จะฝ่าวิกฤตการถูก Disrupt จากปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีไหน?

ในเมื่อการสร้างมาตรฐานไปสู่สถาบันระดับโลกต้องจ่ายด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน ทางเลือกของสถาบันไทยจึงเป็นการนำมาตรฐานระดับโลกมาใช้ในสถาบันตนเอง ด้วยการร่วมมือกับ ศูนย์การศึกษา Finn จัดทำโปรแกรม Top-up Degree ที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาของรัฐบาลอังกฤษ The Office of Qualifications and Examinations Regulation (Ofqual) ซึ่งนักเรียนจะศึกษาวิชาพื้นฐานจากหลักสูตรตรงของรัฐบาลอังกฤษ ในสถาบันที่ประเทศไทย เป็นระยะเวลา 2 ปี และเมื่อเข้าสู่ปีสุดท้าย (ปีที่ 3) นักเรียนสามารถเลือกคณะและวิชาเอก พร้อมเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรัฐชั้นนำกว่า 20 มหาวิทยาลัย ในอังกฤษ ออสเตรเลีย และสวิสเซอร์แลนด์ ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับศูนย์การศึกษา Finn ได้ทันที ทั้งยังได้รับวุฒิปริญญาตรีโดยตรงจากมหาวิทยาลัยที่เลือก เสมือนตัวนักเรียนได้เข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำระดับโลกตั้งแต่ปีแรก

ซึ่งการจัดตั้งโปรแกรม Top-up Degree ขึ้นมานี้ นอกจากผลประโยชน์จะได้กับตัวนักเรียนโดยตรงแล้ว สถาบันการศึกษาในไทย ก็ได้รับผลประโยชน์จากทั้งในแง่จำนวนและคุณภาพของนักเรียนที่เพิ่มขึ้นแบบวัดผลได้ รวมถึงได้สร้างมาตรฐานการเรียนการสอนภายในสถาบันให้มีศักยภาพทัดเทียมกับระดับสากล พร้อมพาตัวเองผ่านปัญหา Disrupt ได้แบบหมดจด เรียกได้ว่า ‘วิน-วิน’ ด้วยกันทั้งคู่

นายกวิน พันธ์ประสิทธิเวช กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งศูนย์การศึกษา Finn (โรงเรียนบริหารธุรกิจฟินน์) กล่าวว่า “โปรแกรม Top-up Degree ของ Finn ต่างจาก Top-up Degree อื่น ๆ ในจุดที่ได้รับอนุญาตให้ใช้หลักสูตร Level 4,5 Diploma จากบอร์ดการศึกษาของประเทศอังกฤษโดยตรงและการันตีการเข้าเรียนต่อ ณ มหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษได้ 100% ทันที กว่า 20 มหาวิทยาลัย ซึ่งจุดแข็งนี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสิ่งที่นักเรียนไทยจะได้คือทุกฐานรากสำคัญในการทำงาน ทั้งด้านภาษา, การแก้ปัญหา, การคิดวิเคราะห์, ประสบการณ์, การนำเสนอ-พูดคุยด้วยภาษาอังกฤษเชิงวิชาการได้ในระดับสูง ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะหล่อหลอมให้นักเรียนเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีความพร้อมในการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ”

ปัจจุบันโปรแกรม Top-up Degree ของศูนย์การศึกษา Finn เป็นการศึกษาในหลักสูตร Level 4,5 Diploma เป็นระยะเวลา 2 ปีในไทย และเลือกมหาวิทยาลัย คณะและสาขาเพื่อเรียนต่อปีสุดท้ายอีก 1 ปี เพื่อจบและรับวุฒิปริญญาตรีโดยตรงจากมหาวิทยาลัยที่เลือกเรียนต่อในปีสุดท้าย โดยหลักสูตรที่เปิดประกอบไปด้วย ‘คณะบริหารธุรกิจ’ และ ‘คณะการจัดการการท่องเที่ยวและโรงแรม’ พร้อมแบ่งเป็นวิชาเอกอีกกว่า 15 วิชา โดยมีพาร์ทเนอร์เป็นสถาบันชั้นนำระดับโลกเพื่อให้นักเรียนเลือกเรียนต่อ กว่า 25 แห่ง ใน 3 ประเทศ คือ อังกฤษ, ออสเตรเลีย และสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ University College Birmingham (ภายใต้การควบคุมและรับวุฒิปริญญาจาก University of Birmingham), Bournemouth University, The University of Northampton, Coventry University, University of Gloucestershire, University of Sunderland, University of Wolverhampton, Swiss Hotel Management School, Griffith University เป็นต้น นับเป็นศูนย์การศึกษา โปรแกรม Top-up Degree ที่มีพาร์ทเนอร์มากที่สุดในโลก

ซึ่งทุกสถาบันการันตี 100% ว่านักเรียน Finn ที่จบ Level 4,5 Diploma สามารถเข้าศึกษาต่อ (Top-up Degree) หลักสูตรปริญญาตรีในปีสุดท้ายได้ทันที เพียงแค่มีผลคะแนน IELTS ตามที่แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ทุกสถาบันล้วนได้รับการรับรองคุณวุฒิและวิทยฐานะจากหน่วยงานการศึกษาของรัฐบาลในประเทศนั้น ๆ และเป็นที่ยอมรับของบริษัทในระดับโลก จึงทำให้ปัจจุบันนี้มีศิษย์เก่าของ Finn หลายคนสามารถเข้าทำงานแล้วกับทั้งบรรษัทข้ามชาติ และสายการบินระดับโลก รวมทั้งทำงานกับองค์กรเอกชนชั้นนำในต่างประเทศและรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของไทยอีกด้วย

นายกวิน กล่าวต่อไปว่า “โดยปกติแล้วเป็นที่รู้กันดีว่า การศึกษาต่อต่างประเทศหรือในสถาบันชั้นนำจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้เด็กนักเรียนยังต้องมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ และทักษะการเรียนในแบบของอังกฤษ ทั้งแง่ของ การลงลึกในศาสตร์ที่เรียน, การทำโปรเจคระยะยาว, การบริหารเวลาและหน่วยกิต หรือแม้แต่การเรียนรู้วัฒนธรรมการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ซึ่ง Finn ได้ร่วมกับสถาบันในไทย สอดแทรกความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไปใน โปรแกรม Top-up Degree เพื่อเตรียมให้นักศึกษามีความพร้อมในทุกด้านและผ่านเกณฑ์การประเมินของสถาบันนั้น ๆ ในระยะเวลา 2 ปี นอกจากนี้ก่อนการไปเรียนต่อในปีสุดท้าย เรายังทำหน้าที่ผู้ติดต่อประสานกับสถาบัน, จัดหาที่พัก, เตรียมเอกสารต่างๆ และการทำวีซ่าให้ในทุกขั้นตอน รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ปกครองจ่ายเงินแลกกับคุณภาพการศึกษาที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่ถูกกว่าการศึกษาต่อในต่างประเทศโดยตรงทั้งหลักสูตรกว่า 3 เท่า”

ด้าน ดร.ปริญญ์ ศุกรีเขตร ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์การศึกษา Finn กล่าวว่า “การร่วมมือกับกลุ่มสถาบันไทยในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทย เพราะนอกจากตัวหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานสากลแล้ว Finn ยังต้องพัฒนาบุคลากรผู้สอนให้อยู่ในเกณฑ์ระดับสูง ซึ่งผู้สอนในหลักสูตรดังกล่าวต้องมีประสบการณ์ในด้านการสอน และประสบการณ์ทำงานระดับผู้บริหารในสายงานนั้นจริง รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี นอกจากนี้ Finn ยังผลักดันตัวเองให้เป็นมากกว่าผู้ให้การศึกษา ด้วยการดูแลนักเรียนในทุกด้าน อีกทั้งในการเรียนปีสุดท้าย นักเรียนจะยังมีทีมงานผู้สอนของ Finn คอยช่วยดูแลในเรื่องการทำรายงาน การเขียน Assignment และให้คำปรึกษาเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งการสร้างมาตรฐานเหล่านี้ ทำให้นักเรียนในโปรแกรม Top-up Degree ทุกรุ่น มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ใน Top 5 ของบอร์ดการศึกษาอังกฤษ และจบการศึกษาในอันดับเกียรตินิยมกว่า 80%”

การร่วมมือระหว่าง กลุ่มสถาบันการศึกษาในประเทศไทย กับ ศูนย์การศึกษา Finn มีแผนเริ่มเปิดหลักสูตรในช่วงเดือนมีนาคม 2563 โดยนำร่องที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง โดยในอนาคตโปรแกรม Top-up Degree นี้ จะเปิดสอนทั้งในสถาบันระดับอุดมศึกษาและสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อต่อยอดศักยภาพของนักเรียนไทยไปสู่สถาบันระดับโลก รวมทั้งพัฒนาสถาบันไทยทั้งด้านวิชาการและด้านอาชีพ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล

ปัจจุบัน ศูนย์การศึกษา Finn (ชื่อเดิม Finn College) นับเป็นศูนย์การศึกษาแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ทำการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นเฉพาะโปรแกรม Top-up Degree โดยก่อตั้งมาแล้วกว่า 6 ปี จากการทดลองทำการเรียนการสอนกับนักเรียนกลุ่มเล็ก ๆ จนถึงปัจจุบันมีนักเรียนจบการศึกษาในสถาบันชั้นนำระดับโลกร่วม 80 คน โดยเปิดรับสถาบันการศึกษาที่ต้องการทำความร่วมมือกับ Finn หรือผู้ที่สนใจในหลักสูตรการเรียนปริญญาตรี 3 ปี แบบ Top-up Degree สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร: 083-057-7956, 092-616-6428, 02-619-1249 หรือที่ www.finn.ac และ Line: @finncollege

 
Copyright © Do Not Miss To | อย่าพลาดที่จะ. Designed by OddThemes